<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดรุนแรงขึ้น! กรมราชทัณฑ์งดเยี่ยมญาติผู้ต้องขังถึง30เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์&amp;quot; ได้ประกาศขยายเวลางดเยี่ยมญาติต่อไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563โดยคำสั่งดังกล่าว ลงนามโดยพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์น์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า &amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) มีความรุนแรงมากขึ้น และอาจแพร่ระบาดเข้าภายในเรือนจำ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้เรือนจำดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในเรือนจำ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ กรมราชทัณฑ์ได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกเรือนจำงดการเยี่ยมญาติ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 - 31 มีนาคม 2563 เนื่องจากเรือนจำเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เพราะมีผู้ต้องขังอยู่กันอย่างหนาแน่นและแออัด หากเกิดโรคระบาดเข้าไปในเรือนจำแล้วจะควบคุมได้ยาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61576</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, งดเยี่ยมญาติถึง30เม.ย., พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82e4ff4a0d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;เต้น!สั่งDSIล่าแฮกเกอร์อัพโหลดวงจรปิดในเรือนจำเผยแพร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.62-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีมีผู้ใช้เว็บไซด์ยูทูป ชื่อ BigBrother&amp;rsquo;s &amp;nbsp;Gaze &amp;nbsp;ได้มีการแฮกและอัพโหลดคลิปเผยแพร่ภาพระบบกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำของประเทศไทย โดยใช้ชื่อคลิปว่า Thai &amp;nbsp;Bangkok prison Security &amp;nbsp;Came live &amp;nbsp;เป็นการถ่ายทอดสดภาพบรรยากาศจริงภายในเรือนจำว่า กรมราชทัณฑ์ได้รายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุว่าภาพจากกล้องวงจรปิดหลุดออกไปจากช่องทางใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีข้อมูลว่าหลายประเทศก็ถูกแฮกภาพจากล้องวงจรปิดในลักษณะเดียวกัน เช่น ออสเตรเลียและรัสเซีย ซึ่งตนได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ช่วยตรวจสอบการแฮกข้อมูลและติดตามตัวผู้กระทำผิดด้วย เพราะเรื่องการแฮกหรือถูกขโมยข้อมูลอาจขัดต่อสิทธิ์มนุษยชนของผู้ต้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีใครสามารถใช้รหัสพาสเวิร์ดเข้าถึงกล้องวงจรปิดเรือนจำจากภายนอกได้บ้าง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รายละเอียดเชิงลึกยังไม่มีข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบ ระบบกล้องวงจรปิดของแต่ละเรือนจำดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้บริษัทเอกชนเข้ามาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดภายในบริเวณเรือนจำ และมีบริการเดินสายเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากเครื่องรับสัญญาณระบบกล้องวงจรปิดในเรือนจำให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงสามารถเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้แบบเรียลไทม์ ในลักษณะเดียวกับการเรียกดูภาพของกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามบ้านพักทั่วๆ ไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บัญชาการเรือนจำและผู้บริหารเรือนจำสามารถเรียกดูภาพจากกล้อวงวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา &amp;nbsp; ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรือนจำอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร เกิดจากรหัสเข้าถึงสัญญาณกล้องวงจรปิด หลุดออกไปยังกลุ่มคนภายนอกแล้วนำไปเผยแพร่ผ่านยูทูป ทำให้ภาพลักษณ์เรือนจำไทยได้รับความเสียหาย เนื่องจากเป็นเรือนจำที่แออัด โดยเฉพาะเรือนนอนนักโทษที่ไม่เพียงพอ แม้จะต่อเตียง 2 ชั้น ยังต้องนอนเบียดกันจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้เดินไปยังห้องสุขา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม โดยภายหลังจากเลิกประชุม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าว โดยตอบเพียงสั้นๆ ว่า ได้รายงานข้อมูลให้รัฐมนตรียุติธรรมไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53240</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, เรือนจำ, แฮกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e031093c1331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มพธม.แห่รับ5แกนนำออกจากคุก ราชทัณฑ์เตรียมแผนรองรับผู้ได้รับอภัยโทษ3-5หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10พ.ค.62-เมื่อเวลา08.30 ที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทยอยเดินทางมายังที่หน้าเรือนจำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอรับแกนนำ 5 ราย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายพิภพ ธงไชย &amp;nbsp;, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข &amp;nbsp;และนายสุริยะใส กตะศิลา ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ในเวลา 10.00น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศที่ความประพฤติดีให้ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และปล่อยตัว เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และเป็นโอกาสอันสำคัญที่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จะได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงครอบครัวญาติพี่น้องของผู้ต้องราชทัณฑ์ ร่วมถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในวันนี้ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตนได้เดินทางไปเป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส &amp;nbsp;ในการบรรพชาสามเณรหมู่ให้กับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 20 ราย ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่มีญาติพี่น้องมารอรับ สำหรับการปล่อยตัวกลับบ้านของทุกเรือนจำ จะได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และญาติมิตรได้ร่วมถวายสักการะ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนจะตั้งใจทำความดีสนองคุณพระองค์ท่านและแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวด้วยว่า การพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์คาดว่า จะมีผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวประมาณ 3-5 หมื่นคน และได้รับการลดโทษอีกจำนวนมาก โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อม &amp;nbsp;ก่อนปล่อย ได้แก่ การให้การศึกษา การพัฒนาจิตใจและส่งเสริมศีลธรรมจรรยาด้วยหลักสูตรสัคคสาสมาธิ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธฺโร และการฝึกอบรมวิชาชีพในหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเตรียมตัวกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ หลังจากพ้นโทษแล้ว ยังได้เตรียมแผนรองรับการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ซึ่งได้บูรณาการเครือข่ายภาครัฐ และสังคม ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตาม ดูแล และช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้มิให้กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์เชื่อว่า กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และเครือข่ายภาคสังคมที่เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ จะสามารถทำให้ผู้พ้นโทษได้กลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข และหวังว่าสังคม ตลอดจนผู้ประกอบการหรือห้างร้านบริษัทต่างๆ จะให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าทำงานร่วมให้กำลังใจและเปิดใจยอมรับผู้ก้าวพลาด ให้ได้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม เพื่อไม่ให้เขาเหล่านั้นหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&amp;quot;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักโทษในเรือนจำกลุ่มลาดยาวที่จะทำการปล่อยผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษรอบแรก ในวันที่ 10 พ.ค 62 มีจำนวนทั้งสิ้น 670 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือนจำพิเศษกรุงเทพ &amp;nbsp;238 คน ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณท์ 72 ราย ทัณฑสถานหญิงกลาง 218 คน เรือนจำกลางคลองเปรม 49 คน ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง 102 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ขอพระราชทานอภัยโทษ, นายสุริยะใส กตะศิลา, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4ea2cf30b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง&#039;ธาริต&#039;เข้าแดนแรกรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61- พ.ต.อ.ณรัชต์ &amp;nbsp;เศวตนันทน์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการคุมขัง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี ในคดีหมิ่นประมาทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในความผิดหมิ่นประมาทคดีก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งว่า แม้ผู้ต้องขังจะเคยเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง แต่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆทั้งสิ้น โดยการควบคุมตัวจะเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ผู้ต้องขังทุกรายมีสิทธิเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อนายธาริตถูกส่งตัวเข้ามาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามขั้นตอนจะต้องถ่ายภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ และตรวจร่างกายว่ามี โรคประจำตัวที่เป็นอันตรายร้ายแรงหรือไม่ อย่างไรก็ตามสำหรับนักโทษที่มีเกณฑ์อายุตั้งแต่ 60 ขึ้นไปมักจะมีโรคประจำตัว โดยผู้ต้องขังสามารถนำใบรับรองแพทย์มาแสดงเพื่อนำยาที่แพทย์จัดให้เข้ามารักษาอาการป่วยตัวเองได้ ทั้งนี้หากมีอาการเจ็บป่วยภายในเรือนจำก็สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลได้ตามปกติ ในกรณีที่อาการเจ็บป่วยไม่ร้ายแรงก็สามารถรักษาภายในแดนพยาบาลได้ ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยหนักต้องถูกส่งตัวไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า เมื่อเสร็จสิ้นการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ ผู้คุมเรือนจำจะนำตัวผู้ต้องขังเข้าไปควบคุมไว้ภายแดนแรกรับเพื่ออบรมระเบียบวินัยและชี้แจงกฎของเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังใหม่ปรับตัวไม่กระทำผิดวินัยหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของเรือนจำ ซึ่งถือเป็นปกติที่ผู้ต้องขังใหม่จะต้องใช้เวลาปรับตัวทำใจรับสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำและเพื่อนผู้ต้องขัง โดยเบื้องต้น จะให้ผู้ต้องขังพักอยู่ในแดนแรกรับประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงจะจำแนกให้ไปแดนคุมขังตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ส่วนตัวไม่หนักใจเพราะถือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามคำสั่งศาลแม้นายธาริตจะเป็นเคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธาริต เพ็งดิษฐ์, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, เข้าคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13465b9d44a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ส่ง&#039;บุญทรง&#039;ให้หมอลงมีด จัดจนท.2นายเฝ้าหน้าประตูหวั่นหนี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.61 - พ.ต.อ.ณรัชต์ &amp;nbsp;เศวตนันทน์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ผู้ต้องหาเรือนจำกลางคลองเปรม ในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ซึ่งต้องโทษจำคุก 42 ปี มีอาการป่วยจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบบริเวณต้นคอ ว่า เมื่อค่ำวานนี้(27 พ.ย.)เจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำตัวนายบุญทรงไปส่งให้อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลตำรวจแล้ว พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ 2 นายไปควบคุมเพื่อป้องกันการหลบหนี ทั้งนี้เป็นการส่งตัวไปเนื่องจากแพทย์ รพ.ตำรวจ ได้มีหนังสือขอตัวมาเพื่อนำไปรักษาตามหลักมนุษยธรรม ขณะที่กรมราชทัณฑ์ก็มีหน้าที่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวผู้ต้องขังไว้เพื่อไม่ให้หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม นายบุญทรง ควรจะได้รับการผ่าตัดก่อนหน้านี้นานแล้ว เพราะมีอาการเจ็บป่วยหนักมาก แต่เท่าที่ทราบขณะนี้เบื้องต้นแพทย์นำตัวนายบุญทรง ไปที่รพ.เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการผ่าตัด &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าถึงที่สุดแล้วก็คงจะต้องผ่าตัด แต่คงต้องรอความพร้อมรอเตียงและแพทย์เจ้าของไข้ผู้ที่ทำการรักษาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23016</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรง เตริยาภิรมย์, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, ราชทัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe70a80aced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
